NaddaBiz

  Shop.NaddaBiz.Com ● Expect The Difference

It is currently Tue 22 Aug 2017 4:37 am

All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 1 post ] 
Author Message
 Post subject: การใช้งานและการรักษาแบตเตอรี่ลิเธียม Lithium Ion
PostPosted: Mon 07 Sep 2009 10:48 pm 
Offline
User avatar

Joined: Tue 05 May 2009 8:20 pm
Posts: 400
lithium_ion_battery_4.jpg

การใช้งานและการรักษาแบตเตอรี่ลิเธียม Lithium Ion (Li-Ion)

ในความเป็นจริงแล้วโรงงานผลิตเซลแบตเตอรี่ในประเทศไทยนั้นยังไม่มี อันเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการที่ไม่เอื้ออำนวยในการที่จะผลิตเอง เช่น วัตถุดิบที่นำมาผลิต เซลแบตเตอรี่นั้นสามารถระเบิดได้ หรือการทำเรื่องขอสร้างโรงงานจะต้องผ่านกระบวนการอนุมัติของกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ในเมืองไทยจึงใช้วิธีสั่งซื้อเซลแบตเตอรี่และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆเข้ามาประกอบเป็นหลัก ซึ่งแหล่งที่สั่งซื้อหลักๆก็มาจาก ญี่ปุ่น, จีน และใต้หวัน

แบตเตอรี่ลิเธียมที่มาจากญี่ปุ่นก็เช่น A&TB, Toshiba, Moli, Hitashi, Maxell ส่วนของจีนก็เช่น BYD, Search, B&K เป็นต้น

Cycle คือตัวเลขที่บ่งบอกอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ว่าแบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมเมื่อผ่านการชาร์ตไปนานแค่ไหน ถ้าแปลตรงๆตัวคำว่า cycle ก็คือรอบ คำว่ารอบไม่ได้เท่ากับคำว่าครั้ง ดังนั้นการชาร์ต 1 ครั้งจึงไม่เท่ากับ 1 cycle ซะทีเดียว

จำนวน 1 Cycle จะวัดจากปริมาณการชาร์ตไฟที่รวมๆแล้วเท่ากับปริมาณการชาร์ตไฟจากแบตเตอรี่ที่ไม่มีไฟ (0%) จนแบตเตอรี่มีไฟเต็ม (100%) ครบ 1 ครั้ง

40 + 20 +30 +10 = 1 รอบ
10 + 50 + 40 = 1 รอบ

Li-Thum.jpg

ชาร์ตแบตเตอรี่อย่างไรถึงจะดี

หลายคนคงเคยได้ยินว่าต้องชาร์ตแบตเตอรี่ครั้งแรกเท่านั้นเท่านี้ชั่วโมงแล้วจึงจะเริ่มใช้งานได้ หรือว่าต้องหมั่นชาร์ตบ่อยๆ หรือไม่ก็ใช้ให้ไฟหมดก่อนแล้วค่อยชาร์ต ซึ่งข้อความทั้งหมดนี้ก็มีข้อจริงและเท็จปนๆกัน อันที่จริงแล้วสำหรับแบตเตอรี่แบบ Lithium (ย้ำว่าแบบ Lithium เท่านั้น) จะชาร์ตอย่างไรก็ได้ไม่มีผลต่ออายุการใช้งาน ข้อมูลตรงนี้เป็นที่ยืนยันจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (ทั้งที่อ้างอิงไว้ข้างล่างและที่อื่นๆ) มีใจความตรงกันว่า การชาร์ตมากชาร์ตน้อย ชาร์ตนานชาร์ตถี่ มีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่น้อยมาก

การที่แบตเตอรี่แบบ Lithium จะเสื่อมจากการใช้งานนั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 เงื่อนไขคือ

1. เมื่อใช้งานจนถึงจำนวน Cycle ที่แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมเองตามปกติ
2. เมื่อถึงเวลาที่แบตเตอรี่จะเสื่อมมันก็จะเรี่มเสื่อมเอง โดยเวลาที่ว่าเป็นเวลาที่นับตั้งแต่การผลิต ไม่ใช่เวลาในการใช้งาน
3. การชาร์ตไฟของตัวเครื่องชาร์ต
4. อุณหภูมิของแบตเตอรี่ ถ้าแบตเตอรี่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงก็จะส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าปกติได้

parttwo_34.gif

สรุปสุดท้ายด้วยคำแนะนำสั้นๆสำหรับแบตเตอรี่ Lithium ดังนี้

1. พยายามหลีกเลี่ยงการใช้แบตเตอรี่จนหมดแล้วค่อยชาร์ต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด discharge rate ในอัตราที่สูง (ใช้ไฟเยอะในเวลาอันสั้น) ซึ่งจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว เช่น กรณีที่ต้องการใช้งานเครื่องหนักๆก็ควรใช้แค่ช่วงเวลาไม่นานและไม่ควรใช้จนแบตหมด ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆให้หาโอกาสชาร์ตไฟเป็นระยะๆจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิด discharge rate ในอัตราที่สูงได้ และที่สำคัญที่สุดคือการชาร์ตบ่อยๆจะช่วยป้องกันการลืมชาร์ตไฟ ซึ่งถ้าหากปล่อยให้แบต Lithium ไฟหมดเป็นเวลานาน แบตเตอรี่จะเสีย ไม่สามารถชาร์ตไฟได้อีก

2. ระลึกไว้เสมอว่าความร้อนมีผลต่อการเสื่อมมากกว่ารูปแบบการชาร์ตไฟ ดังนั้นพยายามดูแลอย่าให้แบตเตอรี่ร้อน จะได้ผลดีกว่ามัวกังวลเรื่องชาร์ตบ่อย ชาร์ตมาก ชาร์ตน้อย

3. เก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่เย็นๆ ถ้าจำเป็นจะต้องเก็บไว้ในรถที่จอดตากแดดก็ควรถอดเก็บไว้ในที่ๆแดดส่องไม่ถึงหรืออุณหภูมิต่ำจะช่วยให้แบตเตอรี่เสื่อมช้าลง

4. ถ้าจำเป็นจะต้องเก็บแบตเตอรี่ไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้ใช้งาน ให้ชาร์ตไฟไว้ที่ประมาณ 40% ของความจุแล้วเก็บไว้ในที่เย็นๆจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้

5. ไม่ควรซื้อแบตเตอรี่มาเก็บไว้เผื่อใช้งาน เพราะแบตเตอรี่มีอายุการเสื่อมสภาพนับจากวันผลิต ดังนั้นถ้าเก็บไว้นานโดยไม่ใช่มันก็จะเสื่อมไปเองได้ และไม่ควรซื้อแบตเตอรี่แบบเก่าเก็บ

อ้างอิงจาก http://www.naitam.com/naitam-toy/view.php?id=509


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 1 post ] 

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Search for:
Jump to:  
cron